โพสฟรี ลงประกาศฟรี ลงโฆษณาฟรี ตลาดขายสินค้า ขายสินค้าฟรี โปรโมทสินค้า โปรโมทเว็บไซต์ ฝากลิงค์
บริการโปรโมทเว็บ, รับโปรโมทเว็บ, โปรโมทเว็บไซต์

อุปกรณ์ออกบูธ

รับทำเว็บติดหน้าแรก ไนโตรเจนเหลว บ้านน็อคดาวน์, บ้านสำเร็จรูป แพแอร์กาญจนบุรี ตัดต่อสายพานลำเลียง รับติดแบนเนอร์

รับติดแบนเนอร์ ตอกเสาเข็ม, ขายเสาเข็ม, ขายแผ่นพื้น, ปั้นจั่น, รับผลิตเสาเข็ม บ้านน็อคดาวน์, ขายบ้านน็อคดาวน์, รับออกแบบบ้านน็อคดาวน์, บ้านสำเร็จรูป รับจ้างโพส, รับโพสเว็บ บ้านน็อคดาวน์, บ้านสำเร็จรูป แฟรนไชส์ออนไลน์ ไม่มีค่ารายปี แฟรนไชส์ตั๋วเครื่องบิน โรงแรม รถเช่า รถทัวร์ ประกัน เว็บสำเร็จรูป อาชีพเสริม

รับทำseoราคาถูก, รับดันอันดับเว็บ, รับโปรโมทเว็บราคาถูก รับผลิตEssence รับติดแบนเนอร์ เช่าเครื่องเสียง รับติดตั้งตาข่ายกันนก อบรมปั้นจั่น

รับทำseoราคาถูก, รับโปรโมทเว็บไซต์, รับดันอันดับเว็บไซต์, รับทำเว็บไซต์, ออกแบบเว็บไซต์ราคาถูก, รับประกันติดgoogle

รับทำSEOราคาถูก

รับติดแบนเนอร์ รับติดแบนเนอร์ รับทำรั้ว จำหน่ายเหล็กฉาก เตียงเหล็ก รับรีโนเวท

วางแผนเก็บตังค์ไปอยู่ประเทศอื่น ความหวังใหม่หรือไปตายเอาดาบหน้า




ย้ายประเทศถาวร

ต้องพูดภาษานั้นได้คล่องเลยหรือเปล่า?
ต้องมีค่าใช้จ่ายเบื้องต้นเท่าไร
เรามีคำตอบให้แล้ว



ย้ายประเทศยากมั้ย? ใครที่มีความคิด “อยากอยู่ต่างประเทศ” เมืองไทยไม่เอาละ ทำงานก็น่าเบื่อ สังคมก็น่าเบื่อ อยากเจออะไรใหม่ ๆ ที่ทำให้ชีวิตมีไฟโชกโชนนน
การไปอยู่ที่ต่างประเทศก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจไม่น้อย เดี๋ยวนี้มันมีหลายวิธีที่จะทำให้เราไปอยู่ต่างประเทศได้แบบถาวร แต่! มันก็ไม่ได้ง่ายเสียทีเดียวค่ะ
วันนี้ปันโปรรวบรวมข้อมูลที่น่าสนใจสำหรับ “การย้ายประเทศ” มาแล้ว มีอะไรบ้าง เลื่อนลงไปพร้อมกันค่ะ





ต้องมีเงินขั้นต่ำในธนาคารเท่าไร



ก่อนจะไปดูว่าเราจะไปประเทศไหน ดูเงินในกระเป๋าก่อน จากการรีเสิร์ช เราควรมีเงินเก็บในธนาคาร ขั้นต่ำ 3 แสนบาท (ต่อคน) จำนวนเงินนี้ห้ามใช้จ่ายเด็ดขาด! และควรเป็น “บัญชีออมทรัพย์” ที่มีการเคลื่อนไหวอย่างสม่ำเสมอ (เหมือนเรามีการใช้งานค่ะ) เอาไว้เพื่อโชว์ใน Bank Statement เวลาที่เรายื่นขอวีซ่า ถ้าเป็น “บัญชีฝากประจำ” ก็ได้เช่นกัน แต่ต้องเวลายื่นต้องแนบ “บัญชีออมทรัพย์” ไปด้วย





ไปประเทศไหนดี



เราต้องดูความชอบของตัวเองก่อน แล้วศึกษาประเทศนั้น ๆ ไม่ว่าจะเรื่องเศรฐกิจ สิ่งแวดล้อม ผู้คน การปกครอง

- ค่าครองชีพของประเทศนั้น ๆ (ถ้ามันสูงเราจะสู้ไหวมั้ย)
- การเปิดกว้างรับคนเข้าประเทศ และการทำงาน อันนี้พี่ โปร  ว่าสำคัญนะเพราะเราจะต้องในสภาวะแวดล้อมอย่างนี้ไปถาวรเมื่อเราย้ายเข้าไปแล้ว
- ความยาก-ง่าย ในการทำวีซ่าถาวรของแต่ละประเทศ ต้องศึกษาอย่างละเอียดว่ามันมีกฎเกณฑ์อะไรบ้าง



โดยประเทศหลัก ๆ ที่คนไทยชอบย้ายประเทศไปอยู่ก็จะมีดังนี้

- สวีเดน
- แคนนาดา
- ออสเตรเลีย
- อเมริกา
- เยอรมัน
- สวิสเซอร์แลนด์

*โดยสาเหตุหลัก ๆ คือ สภาพอากาศ สิ่งแวดล้อม รายได้จากการทำงาน ที่ดีกว่าไทย*






หาวิธีไปยังไงได้บ้าง



- ขอทุนไปเรียนต่อ หรือใช้ทุนตัวเอง แล้วหางานทำต่อ *วิธีนี้ง่ายสุด*

- แต่งงานกับคนสัญชาตินั้น ๆ

- หางานในต่างประเทศ หรือ ย้ายตำแหน่งจากภายในองค์กร
 
- ยื่น Migration Program (แคนาดา หรือ ออสเตรเลีย) : เป็นหลักเกณฑ์ที่พิจารณาการให้ PR Visa แก่ชาวต่างชาติ
- ที่มีทักษะความชำนาญสูงในสาขาอาชีพต่าง ๆ เช่น อาชีพแพทย์ พยาบาล เป็นต้น

- Green Card : บัตรประจำตัวที่รัฐบาลสหรัฐออกให้สำหรับบุคลลที่ได้รับการอนุญาตให้เข้ามาอยู่อาศัย รวมถึงทำงานอย่างถาวรในสหรัฐโดยสามารถเข้า-ออกอเมริกาได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า






เงินตั้งตัว

เงินตั้งตัวในการไปอยู่ประเทศอื่น คือเงินคนละส่วนกับ “บัญชีออมทรัพย์” ที่เรายื่นวีซ่านะคะ



ต้องมีเงินใช้อย่างต่ำ “สองเดือน” ระหว่างที่กำลังหางานทำ อย่างน้อย ๆ สัก 50,000 - 100,000 บาท เงินจำนวนนี้เป็น ค่าอาหาร ของใช้ในชีวิตประจำวัน ค่าเช่าบ้าน ค่าเดินทาง ค่าซิมโทรศัพท์ และค่าดำเนินการเอกสารจิปาถะ ที่สำคัญ พี่ promotion ขอเตือนเลยนะว่าเงินส่วนนี้ห้ามเอาไป “ช้อปปิ้ง” เด็ดขาด



กรณีที่เรามีเงินน้อยกว่า 50,000 บาท การใช้ชีวิตจะไม่เซฟ ต้องเลือกกินถูก ๆ ประหยัดเงินกันสุด ๆ   ยิ่งแถบสแกนดิเนเวียค่าครองชีพสูง เช่น นั่งรถไฟชั่วโมงเดียวเที่ยวละ 500 บาท เป็นต้น (แต่อย่าลืมว่าถ้าหางานได้จะดีมาก ยกตัวอย่าง ออสเตรเลียติด 10 อันดับเมืองที่มีค่าครองชีพแพงสุดในโลก แต่ก็มีอัตราค่าแรงขั้นต่ำที่สูงสุดในหมู่ชาติพัฒนาแล้ว)







ภาษานั้นจำเป็น



- แต่ละประเทศก็มีจะมีเกณฑ์ของตัวเอง เราจะต้องสอบให้ผ่านขั้นต่ำให้ได้ก่อน (จากนั้นค่อยไปเรียนรู้ตอนย้ายประเทศได้แล้ว)

- ซึ่งผลคะแนนที่นิยมใช้กันแพร่หลายก็ได้แก่ TOEFL และ IELTS หรือบางคอร์ส (กรณีที่เราเลือกจะย้ายประเทศด้วยการเรียนหนังสือ) อาจต้องยื่นคะแนนอื่น ๆ เช่น GRE หรือ GMAT ด้วย ซึ่งวิธีฝึกทักษะด้านภาษา เพื่อการสอบ ก็แล้วแต่ความถนัด

- ใครที่คิดว่าเก่งแต่ในหนังสือ ไม่ต้องห่วง สิ่งแวดล้อมจะทำให้เราพูดเก่งเอง เพราะมันจะบังคับให้เราพูดให้ได้
ภาษาเป็นสิ่งที่ไม่มีเพดาน ความเก่งอยู่ที่เราปรับตัว เอาตัวรอดได้

- จากนั้น Up Level ขึ้นมาหน่อย คือ เราสามารถสนทนากับเจ้าของภาษาได้แบบลื่นไหล

- ถ้าพูดถึงภาษาในระดับทำงานบริษัท อย่างน้อย เราต้องแก้ Essay ของตัวเองให้ได้ และเข้าใจความแตกต่างระหว่างภาษาที่เป็นทางการ และไม่เป็นทางการ (เหมือนกับภาษาไทย ที่มีคำสุภาพที่พูดกับอาจารย์ และการคุยสบาย ๆ กับเพื่อน)







เข้าเมืองตาหลิ่ว ต้องหลิ่วตาตาม

การเตรียมตัวย้ายประเทศมีหลายวิธีมาก ๆ แล้วแต่ความถนัดของแต่ละคน




- ดูหนังซีรีส์ ฟังเพลง สังเกตว่าชีวิตประจำวันเขาทำตัวอย่างไร เช่น การเข้าหาคนอื่น เวลาไปทานข้าว สำนวนภาษา (ที่อาจจะแตกต่างจากในหนังสือเรียน) การแต่งกาย ภาษากาย ฯลฯ หาให้เจอว่าเราต่างกับเขายังไง เป็นวิธีการเรียนรู้วัฒนธรรมเพื่อการปรับตัวค่ะ

- พอฟังมาก ๆ เราต้องหัดพูดเสียงดังฟังชัด พูดตาม Dialogue ที่เราดู พูดวนไปจนกว่าจะเหมือน
หาโอกาสเข้าสังคมกับเพื่อนต่างชาติ

- ออกนอกบ้าน ทำกิจกรรม เพื่อได้ฝึกภาษาที่ได้เรียนมา พร้อมกับดูชีวิตประจำวันของคนในประเทศนั้น ๆ
อย่าเขินอาย มีความมั่นใจในการทำ

- เราควรเปลี่ยน Mindset ความเป็นไทยของเราออก เพราะคนไทยนิสัยขี้อาย ขี้เกรงใจ กลัวเสียหน้า การศึกษาบ้านเราทำให้เด็กส่วนมากกลัวในการตอบคำถาม ซึ่งคนต่างชาติไม่เข้าใจความเกรงใจของคนไทย ในสังคมเมืองนอก ถ้าอยากได้อะไรเราต้องพูดชัดเจน ถ้าไม่พูดก็แสดงว่าโอเคแล้ว

- เป็นคนชอบถาม ชอบตอบ และกล้าแสดงออก ต่อรองให้เป็น และรู้เท่าทันคน มีความ Flexible สูง
ล้มแล้วลุกให้ไว อย่าเสียเวลากับเรื่องที่ไม่จำเป็น








หางานทำ แล้วเราจะรอด

“เงิน” คือสิ่งที่จำเป็น ดังนั้นเมื่อเราจัดการเรื่องที่พัก ซื้อข้าวของได้แล้ว ควรหางานทำทันที





งานบริการ




- พอถึงเมืองที่เราอยู่แล้ว เปิด Map ดูเลยว่ามี ร้านอาหาร หรือ ร้านขายของ ร้านไหนบ้าง มีกี่ที่ แล้วเดินไปเคาะประตูทีละร้าน หากร้านปิดอยู่ลองเคาะก่อน สักพักจะมีคนเปิดประตูให้เรา ซึ่งพี่ โปรโมชั่น ขอแนะนำวิธีการ Walk in เขาจะชอบมากกว่าการส่ง Email เพราะได้คุยกับเราตัว ๆ

- เวลาไปหาร้าน ควร แต่งตัว แต่งหน้าให้พร้อม เล็บมือต้องสะอาด ถึงร้านแล้วให้ขอคุยกับ “ผู้จัดการร้าน” คนอื่นถ้าไม่จำเป็นไม่ต้องคุย

- เขาจะถามว่าเคยทำอะไรมาก่อน ให้ตอบตามตรงสั้น ๆ ถ้าที่เคยทำมาไม่เกี่ยวกับร้านอาหารก็บอกไปว่าเราต้องเรียนรู้อะไรใหม่ ๆ มาหาประสบการณ์ในสายงานใหม่ ๆ

- ถ้าเขาบอกว่าไม่มีงานเปิดรับสมัคร ให้ปิดท้ายด้วยการขอคำแนะนำในการหางาน แล้วขอบคุณเขา บางทีถ้าเขาชอบเรา เขาอาจจะขอ Contact เราไว้

- เวลาไปสมัครงานเมืองนอก ให้เตรียม CV หน้าเดียวพอ ถ้าเราสมัครงานบริการ เราก็ควรเขียนให้เข้าทางอาชีพบริการ แล้วพิมพ์ออกมาเผื่อสัก 5 - 6 ฉบับ หากเขาขอแบบกระดาษก็หยิบให้เลย แต่ถ้าขอทาง Email เราก็แค่ส่งเมลให้ จบ!








งานบริษัท




- ต้องหา Local Platform ให้เจอว่าบ้านเขาใช้อะไร เช่น JobDB, JobTopGun ของประเทศนั้น ใครที่เพิ่งเริ่มหางาน ไม่มีประสบการณ์มาก่อน แนะนำว่าอย่าไปหางานจาก LinkedIn โปรไฟล์ในนี้มันคือชนชั้น Elite จะหมดกำลังใจได้

- ถ้าหาไม่เจอ ก็แนะนำให้ถามพนักงานเสิร์ฟที่ดูวัยรุ่น ๆ หน่อย แต่เดี๋ยวนี้ Facbook มันก็จะมีกรุ๊ปช่วยกันหางานหรือแชร์ข้อมูลที่อยู่ประเทศนั้น ๆ ลองเข้าไปหาแล้วขอเข้าร่วมกลุ่ม เราอาจจะได้ข้อมูล เผลอได้เพื่อนเพิ่มด้วยซ้ำ

- บางบริษัท เขาจะมีโปรแกรมฝึกงานสำหรับชาวต่างชาติ เข้าโปรแกรมนี้เสร็จจะได้ Placement ในบริษัทเลย

- ทำมากกว่าที่บริษัทขอเสมอ เช่น ถ้าเขาขอแค่ CV ให้ส่ง CV+Cover Letter (จดหมายสมัครงาน) กรอกแบบฟอร์มให้หมดทุกช่อง แม้ช่องนั้นจะเขียนว่า Optional เราต้องทำมากกว่า เพื่อพิสูจน์ตัวเองการเป็นชาวต่างชาติที่ทำงานในเมืองนอก เราต้องเทียบเท่าเขา หรือ เก่งกว่าคนของเขา

- เช็กตัวเอง! ขาด Skill อะไร ให้ไปเรียนออนไลน์ บางหลักสูตรเรียนจบแล้วจะให้ใบเซอร์ (Certificated) นอกจากเรียนเราก็ต้องพยายามเก็บพอร์ต ทุก Skill ที่เขียนใน Resume ต้องมีพอร์ตรองรับ

- สำหรับสาย Content แนะนำเปิด Instagram แล้วทำพอร์ต เพราะ Instagram เป็นแพลตฟอร์มที่ใช้ง่ายและอินเตอร์ Skill ไม่ต้องห่วงจำนวนจำนวนคนติดตาม ให้มันมีผลงานเยอะ ๆ ก็พอ ที่นำไปเสนอได้ เช่น Copywriting, Graphic Designing, Photography, Social Media Marketing ฯลฯ 

- สมัครงานไปเรื่อย ๆ ให้เป็นกิจวัตรประจำวัน แล้วทำ CV Tracker เป็นไฟล์ Excel เพื่อให้เรารู้เองว่าเราสมัครไปกี่ที่ ที่ไหนบ้าง (เผื่อเราสมัครงานซ้ำ หน้าแตกได้)





อยากมีเสน่ห์ดึงดูดใคร
ก็ต้องรู้จักดูแลบุคลิกภาพกันด้วยน้าาาาา








Phathavie Herbal shampoo

แชมพูสำหรับลดผมร่วงหลังคลอด

เห็นผลภายใน 2 สัปดาห์ ลดผมร่วงได้อย่างชัดเจน

  เร่งผมยาวไว , ช่วยเสริมผมขึ้นใหม่ (สามารถใช้แทนยาปลูกผมได้เล๊ยยยย!!)





เรื่องของผมอย่าปล่อยให้ผมบางจนบุคลิกภาพเสียซ่ะล่ะ








เงื่อนไขในการทำ “วีซ่าถาวร”



ศึกษารายละเอียด “วีซ่าถาวร” (Green Card) ของแต่ละประเทศให้ดีก่อน เมื่อเลือกที่จะไปอยู่ต่างประเทศถาวรแล้ว สิ่งสำคัญคือสิทธิการเป็นพลเมืองที่เราจะได้รับ และขั้นตอนการได้รับสิทธินั้น ๆ ค่ะ


เช่น


วีซ่าถาวรของอเมริกา
ผู้ที่จะมีได้ต้องเป็นดังกรณีต่อไปนี้


- แต่งงานกับคนอเมริกัน

- มีญาติทางสายเลือดที่ใกล้ชิดเป็นอเมริกันชนยื่นขอให้

- ขอได้จากการได้รับวีซ่าอนุญาตให้ทำงานได้ระยะเวลาหนึ่ง

- ขอได้จากการลงทุน

- ขอได้จากการรับใช้ชาติช่วยราชการของทางอเมริกา






วีซ่าถาวรของแคนาดา
ผู้ที่จะมีได้ ต้องเป็นดังกรณีต่อไปนี้


- กลุ่มนักลงทุน : คนที่ต้องการย้ายเข้าไปอยู่ในแคนาดาต้องมีการนำเงินไปฝากไว้กับธนาคารในประเทศแคนาดาขั้นต่ำคนละ 4 แสนดอลลาร์แคนาดา ระยะเวลาทั้งหมด 5 ปี และไม่ได้รับดอกเบี้ยใด ๆ เป็นการตอบแทนทั้งสิ้น

- กลุ่มนักธุรกิจ : ผู้ต้องการย้ายไปในแคนาดากลุ่มนี้ต้องมีการเปิดธุรกิจในแคนาดาขั้นต่ำเป็นเวลา 1 ปี มีพนักงานชาวแคนาดาอยู่ในธุรกิจอย่างต่ำ 1 คน

- กลุ่มนักวิชาชีพ : กลุ่มที่ประเทศแคนาดาต้องการทุกปีอยู่แล้วคือ แพทย์, พยาบาล, วิศวกร ขณะที่กลุ่มวิชาชีพอื่น ๆ เช่น นักกฎหมาย, นักการเงิน, นักบัญชี, ด้านคอมพิวเตอร์ ฯลฯ จะต้องการตามความเหมาะสมในแต่ละปี

- กลุ่มผู้ลี้ภัย : คนกลุ่มนี้ต้องมาจากประเทศที่มีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องการเมือง

- กลุ่มแรงงานต่างชาติชั่วคราว : ต้องเป็นกลุ่มคนที่เข้าไปทำงานใช้งาน เป็นคนต่างชาติและทำได้แค่ระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น








สรุปก่อนย้ายประเทศ

- อยากย้ายประเทศควรมีเงินอย่างน้อย 400,000 บาท นี่คือเงิน “บัญชีออมทรัพย์” รวมกับ ค่ากินอยู่เริ่มต้นสองเดือนในประเทศที่เราเลือกไปค่ะ

- “ภาษา” สำคัญจริง แต่ถ้าไม่ได้ไม่เป็นไร เพราะสิ่งแวดล้อมจะทำให้เราปรับตัวได้เองค่ะ

- การเอกสารเป็นเรื่องที่วุ่นวายมาก แต่หากใครที่ไปอยู่ที่ต่างประเทศ จะเข้าใจเลยว่า การทำเอกสารคือเรื่องที่ธรรมดา เดี๋ยวก็ต้องเจอบ่อย ๆ ค่ะ ทำใจไว้เลย


 

รับทำseoราคาถูก, รับโปรโมทเว็บไซต์, รับดันอันดับเว็บไซต์, รับทำเว็บไซต์, ออกแบบเว็บไซต์ราคาถูก, รับประกันติดgoogle